น้อมรำลึกถึง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันชาติ วันดินโลก และ วันเฉลิมพระชนมพรรษา

    5 ธันวาคม ของทุกปีนับเป็นวันสำคัญวันหนึ่งที่ประชาชนทั้งโลกต่างรับรู้ว่าเป็นวันสำคัญของมนุษยชาติที่ต่างตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดจากการที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นับแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ตราบเสด็จสวรรคตทรงให้ความสำคัญ เรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องป่า ที่คงความอุดมสมบูรณ์เป็นคุณูปการต่อการดำรงอยู่ของสรรพสิ่งต่อมวลมนุษยชาติอย่างสมดุล และมีการขอพระบรมราชานุญาตให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็น “วันดินโลก” (World Soil Day) นำมาซึ่งความภาคภูมิใจและปลื้มปีติแก่คนไทยทั้งประเทศ รวมถึงประชาชนชาวไทยให้ความสำคัญเป็น “วันพ่อแห่งชาติ” ซึ่งวันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470
สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Sciences-IUSS) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” (The Humanitarian Soil Scientist) แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 16 เมษายน 2555 และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันดินโลก (World Soil Day) เพื่อรณรงค์ให้ทุกชาติตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดินที่มีต่อมวลมนุษยชาติ สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (General Assembly of United Nations) ได้ลงมติจากการประชุมครั้งที่ 68 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2556 ณ สำนักงานใหญ่นครนิวยอร์กสหรัฐอเมริกา ให้การรับรองวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันดินโลก (World Soil Day)” และกำหนดให้ปี พ.ศ. 2558 เป็นปีดินสากล (International Year of Soils) อีกทั้งขอให้ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ 193 ประเทศ จัดงานเฉลิมฉลองวันดินโลกทุกปีเพื่อเทิดพระเกียรติคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเกี่ยวกับทรัพยากรดินที่มีปัญหา ส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรดินต่อการพัฒนาด้านการเกษตร โภชนาการ และการสร้างความมั่นคงทางอาหารโลก โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป
วันที่ 5 ธันวาคม วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นวันสำคัญของประชาชนชาวไทยเป็น“วันพ่อแห่งชาติ” ภายหลังการเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 สำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศเรื่อง กำหนดวันสำคัญของชาติไทย มีใจความสำคัญ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 ว่า
การกำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสำคัญของชาติไทยดังนี้
1.เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
2.เป็นวันชาติ และ
3. เป็นวันพ่อแห่งชาติโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป

    วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีทางราชการได้กำหนดให้เป็นวันหยุดราชการหนึ่งวัน เพื่อให้ประชาชนชาวไทย ได้ร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยรวมพลังสืบสานพระราชปณิธานประกอบคุณงามความดีเพื่อจรรโลงสังคมที่พร้อมไปด้วยคุณธรรมจริยธรรมดำเนินตามวิถีแห่งวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามโดยมีศาสนาที่แต่ละท้องถิ่นนับถือที่คนไทยทุกภูมิภาคสืบสานนำอบรมบ่มนิสัยปลูกฝังหล่อหลอมเพื่อจรรโลงความดีงามนำมาซึ่งความสุขสงบของประเทศชาติและประชาชน

   วันที่ 5 ธันวาคม วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ การจัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2564 ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นวันพ่อแห่งชาติ โดยรัฐบาลได้จัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติพร้อมกันทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ระหว่างวันที่ 5 -14 ธันวาคม 2564 ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ อาทิ กิจกรรมบำเพ็ญกุศล หรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล กิจกรรมเทิดพระเกียรติและเชิดชูสดุดีพระเกียรติคุณ และกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งมีส่วนราชการต่างๆ หลายหน่วยงานร่วมกันจัด เพื่อระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สำหรับในช่วงเช้าของวันที่ 5 ธันวาคม จะมีพิธีทำบุญตักบาตรและบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ท้องสนามหลวง พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้เชิญชวนสวมใส่เสื้อผ้าโทนสีเหลืองขณะร่วมกิจกรรม

    โรงเรียนกมลาไสย จึงขอเชิญชวนส่วนราชการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ภาคเอกชน และประชาชน ทั่วทั้งประเทศร่วมกันจัดกิจกรรมทำความดีสืบสานพระราชปณิธานเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล ขณะที่ประชาชนคนไทยในต่างประเทศ รัฐบาลมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต และกงสุลไทย พิจารณาจัดกิจกรรมตามความเหมาะสม พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศจะได้พร้อมใจกันประกอบคุณงามความดี สืบสานพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งหวังให้คนไทยทุกหมู่เหล่าเป็นคนดีมีคุณธรรมร่วมกันนำพาสังคมไทยสู่ความสุขสงบร่มเย็นด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริหรือศาสตร์พระราชาที่พระราชทานให้เป็นพื้นฐานการดำเนินชีวิตตลอดไป
ภาพ/ข่าว โดย ครูวรการจักรี จำปาลี (งานประประชาสัมพันธ์โรงเรียนกมลาไสย)

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *